Aj.'s profileAj's spacePhotosBlogListsMore ![]() | Help |
|
October 26 Water Puzzle Game ไม่ยากอย่างที่คิด
October 15 [OT] ว่าด้วยเรื่องรายการ "จมูกมด", ความรู้สึกที่เสียไปเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำดูแล้วเซ็งมาก ยิ่งอ่านยิ่งเซ็ง
ก็เลยเอามาให้เซ็งตามๆกัน เป็นข้อความที่มาจากเสียงประชาชนผู้ชื่นชอบทงบังที่แสดงออกมาที่น้องในบอร์ดยกมาแสดงแค่ส่วนน้อย
ถ้าไปอ่านจากบอร์ดช่อง 7 จะยิ่งกว่านี้เยอะ ด่าแบบคนมีการศึกษา แต่เจ็บลึกๆ
14/10/2007, งาน Press Conferrence of TVXQ
14/10/2007, Press Before The 2nd Asia Tour 2007 in Bangkokวันนี้เป็นทั้งวันเปิดจองบัตรคอนทงบังที่พารากอน พาร์ค และ หนุ่มๆก็จะมาปรากฏกายให้เหล่าสาวกได้ชนโฉมกันอีกครั้ง เชื่อได้เลยว่าคนต้องล้นหลาม
แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเลย ไปถึงพารากอนตอนเี่ที่ยง คนงี้แน่นเชียว แดดก็เปรี้ยง ท่าจะร้อนกันน่าดู เห็นว่าบางคนมาตั้งแต่ 6โมงเช้า มาต่อคิวซื้อบัีตร น่านับถือจริงๆ อย่างน้อย เปอร์เซนต์การได้ที่นั่งดีๆก็มีมากกว่าคนทีหลัง แต่เราได้ยินมาว่า บัตรส่วนหนึ่งจะถูกแบ่งให้สปอนเซอร์ไป โดยเฉพาะที่นั่งดีๆอะนะ แล้วคิดดูคราวนี้มีัสปอนเซอร์กี่รายอะ แล้วเห็นว่าคอนวันแรกบัตร 4500 และ 3500 ที่เป็นที่นั่งดีๆแทบไม่เหลือแล้ว ฉะนั้นใครที่อยากได้ที่นั่งดีๆ ก็ต้องรีบไปแต่เช้าเลยละ ถึุง ThaiTicket จะัเปิดให้จองตั้งแต่ 10 โมงเช้าก็เถอะนะ ไป 9-10โมง ไม่ทันหรอก อ้อ จริงๆ วัีนนี้เป็นวันที่ ThaiTicket เปิดจองวันแรก เฉพาะที่พารากอน พาร์ค เท่านั้น คนก็เลยไปเยอะมากๆ ThaiTicketก็เลยตัดสินใจประกาศตอนเที่ยงว่า จะเปิดให้จองผ่านเน็ตได้ตั้งแต่ บ่ายโมงเป็นต้นไป เพื่อให้คนที่มาจองหน้าลานพารากอนน้อยลงบ้าง ก็คงช่วยได้นิดหน่อยละมั้ง แต่เห็นน้องบางคนบอกว่ากว่าจะเปิดให้จองในเน็ตก็บ่ายสอง เลทไปชั่วโมงนึงเลยอะ ไหนๆก็มาแล้ว ก็เลยไปเดินช็อปปิ้งก่อน แต่เดินไปไม่ถึงชั่วโมง ก็โดนโทรตามตัวแล้วอะ ประมาณว่าคนเริ่มไปจับจองทำเลกันแล้ว เนี่ยแหละ ผลของการประมาท ก็เลยได้ที่ไม่ค่อยดีนัก แต่ก็ไม่เลวนะ พอฝนตกตอนประมาณบ่ายสาม ทำเลตรงที่เรานั่งจัดว่าดีเลย ตรงใกล้ๆทางเข้าห้างพารากอนนั่นแหละ ตอนแรกก็ตกไม่หนักมาก แม้ว่าฝนจะเม็ดใหญ่ก็ตาม น้องๆหนูๆก็ยังคงต่อคิวซื้อบัตรและจับจองเนื้อที่กันต่อไป แล้วพอมองไปด้านหน้าเวที จะเห็นแต่ร่มแดงเป็นแนวเลย น่ารักกันมากๆเลยน้อง แล้วฝนก็หลอกให้เราตายใจ ทำเป็นตกปรอยๆอยู่้พักนึง แล้วก็กลับมากระหน่ำซัมเมอร์เซลล์อีกครั้ง แถมด้วยแสงและเสียงอย่างดังมากๆ แล้วลมก็พัดแีรงด้วยนะ ขนาดร่มยังเอาไม่อยู่เลยอะ คราวนี้ก็เลย เปียกมะลอกมะแลกเป็นลูกหมาตกน้ำกัันเป็นแถวเลยอะ สงสารน้องจัง บางคนมีร่มก็เปียกอะ ร่มมันช่วยพัดฝนให้โดนแบบเต็มๆเลย น่าสงสารมากๆ ทางด้านที่เรานั่ง ถึงจะอยู่ด้านนอกแค้มันก็ยังอยู่ในแนวอาคารของพารากอน แล้วส่วนใหญ่จะมีร่มกันก็เลยเกาะกัีนเป็นกลุ่ม แถมยังมีคนอื่นยีนล้อมอยู่ ฝนก็เลยไม่สาดมาโดนเลยสักนิด โชคดีมาก แต่นั่งเฉยๆนี่มันเมื่อยนะเนี่ย ขาชาเป็นระยะเลยละ แต่จะไม่สบายก็เพราะลมนี่แหละ เย็นมาก หนาวเลยอะ นี่ขนาดเราไม่เปียกนะ แล้วน้องๆคนที่เปียกอะ โห จะหนาวขนาดไหน ดีที่เป็นช่วงปิดเทอมนะเนี่ย ตรงโซนที่เรานั่งก็มีเด็กมาจากพิษณุโลก และสมุทรปราการ ก็ไกลนะ น้ิองช่างมีความพยายาม และคุณแม่ก็น่ารักมาก ยอมพาน้องมาเพื่อดูทงบังแป็ปนึง และเมื่ิอฝนเรื่มซ่า สาวกทั้งหลายก็พุ่งตรงไปหาทำเลที่ยืนทันที โห สปิริตแรงกล้า น่านับถือ แต่ที่น่านับถือก็ต้องเป็นเหล่าสาวกเสื้อแดง ร่มแดงที่ยืนสู้ลมสู้ฝน ไม่ยอมหลบไปไหน ก็ได้แต่หวังว่า ยังคงแข็งแรงกันอยู่นะ หลังจากฝนหยุด การเก็บกวาดบริเวณเวทีเสร็จสิ้น เราก็รอจนได้เวลาที่หนุ่มๆทงบังชินกิจะปรากฏตัวกันแล้ว เสียงเรียกชื่อ ทงบัง ดังเป็นระยะ และแล้ว ในที่สุดก็สิ้นสุดการรอคอยซะที คนแรกที่เดินลงมาจากรถตู้ ก็คือ ชางมิน แจจุง ยุนโฮ มิกกี้ เซีย (ไม่น่าจะผิดนะ) แต่ขอพูดถึงเซียก่อนนะ แบบว่าเซียคราวนี้ น่ารักมาก มาในมาดคุณหนูมากๆ ใส่แว่นกรอบดำด้วย แล้วก็เริ่มมีเนื้อมีนวลเหมือนเก่าแล้ว น่ารักสุดๆ มีเสน่ห์เหลือหลายจริงๆ เซียจุนซู ชายปาร์ค ก็เท่ห์นะ แต่สายตาเราดันไปหยุดที่เซียบ่อยกว่า คราวนี้ชายปาร์คโดนเซียขโมยซีันไปนะ และน้องมินของเรา ก็ตัดผมซะที ขอบคุณพี่สไตลิสต์มากๆ ทำให้น้องมินกลับมาเป็นน้องสุดท้องของทงบังจนได้ น่ารักจริงๆเลย มินนี่ของพี่ 555 มาถึงคุณพ่อของวง ชองยุนโฮ... โอ เท่ห์เหลือหลาย มาในมาดคุณชาย เหมือนชินกูงจากเรื่อง Goong1 มากๆ เพียงแต่ว่า เท่ห์กว่ามาก หมีสแลนเดอร์ หล่อมาก โฮก! และที่จะขาดไม่ได้เลย คุณแม่ของวง ชองแจจุง เอ้ย ไม่ใช่ ลืมตัุว คิมแจจุงต่างหาก แจมาในชุดขาว ผมทอง ผิวขาวนวล เปล่งประกายเทพมาแต่ไกลเชียว โอ แสบตาๆ ทำไมน่ารักน่าฟัดอย่างนี้เนี่ย แจจ้า ช่วงนี้ หนุ่มๆทุกคน ดูดีมาก เสียดายที่ไม่ค่อยได้ยินเสียงหนุ่มๆเท่าไร ระบบเสียงที่จัดในงาน ไม่ค่อยดีเลย ขนาดสาวกจะตะโกนบอกว่าไม่ได้ยินแล้วนะ (ตะโกนบอกก่อนทงบังจะมา ตั้งหลายที) ดูเหมือนเหล่าสตาฟจะไม่สนใจเท่าไร เซ็ง 13/10/2007 The Last Legend
วันนี้ฝนไม่ตก แล้วก็ว่างด้วย เลยไปดู The Last Legend หรือตำนานคิงอาเธอร์ แต่ไม่สนุกอะ หนังก็งั้นๆ เนี้อเรื่องน่าเบื่อ เหมือนที่คิดไว้ตั้งแต่ได้ดู preview แล้วละ
ช่วงนี้ ไม่ค่อยมีหนังดีๆให้ดูเลยอะ อ้อ ได้ดู Preview หนังเรื่องนึง ที่เจ็ทลี หลิวเต๋อหัว ทาเคชิเล่นอ่ะ แบบว่าหนังมันจะเป็นไงเนี่ย กลุ่มโจรที่มีคติ "ปล้น ฆ่า ชิงทรัพย์ ข่มขืน" เนี่ยนะ ฟังดูน่าสนใจ ข่มขืนไม่เลือกเพศและวัยหรือไงกัน เห็นช่วง preview มีแต่ประโยคอย่างเนี้ย ไม่คิดจะกล่าวถึงอย่างอื่นให้มันน่าสนใจมั้งหรือไงเนี่ย 12/10/2007, วันศุกร์ที่ว่างเปล่า12/10/2007, วันศุกร์ที่ว่างเปล่า วันหยุดนี้ เพื่อนๆจัดไปทริปตั้งแต่วันศุกร์ กลับวันอาทิตย์นี้ แต่มีหรือที่เราจะไป ก็วันอาทิตย์นี้ แฟนจะมาหานะสิ 555 บินมาจากเกาหลีเลยนะ ใครจะไปเที่ยวให้โง่เล่า ^^
555 พูดเล่น เชื่อก็โง่ละ จริงๆ เป็นวันที่หนุ่มทงบังชินกิจะมาเปิดแถลงคอนที่พารากอนต่างหาก อุตส่าห์มาถึงที่สักที ใครจะยอมพลาดง่ายๆเล่า แค่ได้เห็นเพียงแว่บเดียวก็ยังดีกว่าไปเที่ยว3วันอยู่แล้ว เที่ยวที่ไหนเหรอ... เอ!.. เหมือนเค้าจะไปเที่ยวกันที่เขาค้อนะ หรือบนเขาที่ไหนสักแห่งเนี่ยแหละ ไม่ได้ใส่ใจจำอะ อยากรู้ต้องถามบอยเอาอะนะ ได้ข่าวว่าเป็นการไปพักผ่อนจากการทำงานหนักมาทั้งปี แต่ไหง ทำไมมีตารางกิจกรรมเป็นลิสต์ๆเลยละ แน่ใจว่าไปเที่ยวให้ร่างกายได้พักผ่อน หรือไปเพิ่มภาระให้ร่างกายกันแน่ ? เห็นว่ามีกิจกรรม ปีนเขา ขับรถ เดินแรลลี่ อะไรพวกนี้ เหมืิอนจะสนุกนะสำหรับหลายคน แต่้แน่นอนว่า ไม่ใช่เราที่คิดว่าสนุก คำว่าไปเที่ยว ก็คือเที่ยว เที่ยวพักผ่อนก็ต้องเป็นการเที่ยวผ่อนคลายร่างกาย ไปตามสถานที่ที่อยากไปดิ ทำไมต้องมีกิจกรรมรอไว้ด้วยอะ แถมย้งบังคับเล่นทุกคนอีก บ้ารึเปล่าเนี่ย แต่ยังไงก็ขอให้กลับมาปลอดภัยละกัีน เออ ช่วงก่อนหน้านี้ เราฝันว่าไปเที่ยวป่า แล้วไปล่องแพร จากนั้นก็เกิดน้ำป่าไหลมา เลยต้องอาศัยแพร (เขียนงี้เปล่าหวา) หนีมา ตลกดีอะ
วัีนนี้ก็เลยหยุด ไม่ได้ไปทำงาน ก็เลยไม่ไปทานข้าวตอนเย็นตามที่เน็ทนัดเพื่อนๆ KU61 ไว้ แต่ถึงตั้งใจจะไป แต่วันนี้ฝนตกแบบนี้ ก็คงจะัยกเลิกความตั้งใจที่จะไปอยู่ดีนะแหละ ฝนตกๆอย่างนี้คงเซ็งแย่ หวังว่าอาทิตย์นี้ ฝนไม่ตกนะ October 11 เรื่องของหนุ่มๆ SJHEECHUL: แฟนคลับคนนึงให้แมวแก่ฮีชอล เมื่อคิบอมเห็นมัน จึงให้ชื่อว่าฮีบอม
ฮันเกิงได้ยินดังนั้น ถึงถามว่าชื่อมีที่มาอย่างไร เขาจึงเพิ่มนามสกุลไปด้วยเป็น ฮัน ฮีบอม ท้ายสุดสมาชิกวงTRAX ต้องการให้มีชื่อของเค้าอยู่ด้วย จึงเพิ่มคำว่า เจ ลงไป และกลายเป็น ฮัน เจ ฮีบอม พวกเขาบอกว่าชื่อของมันฟังดูเหมือนกับแมวญี่ปุ่น ฮีชอลไปออกรายการทีวีรายการหนึ่งเล่าถึงประสบการณ์ที่ถุกผู้หญิงทิ้งระหว่างการเดบิวต์
อย่างไรก็ตามผู้หญิงคนนั้นไม่ได้บอกฮีชอลว่าเธอมีแฟนแล้ว สุดท้ายเธอบอกฮีชอลเมื่อฮีชอลตกหลุมรักเธอ เวลานั้นฮีชอลบอกเธอว่า " ถ้าคุณอยู่ข้างกายผม ผมคงจะไม่เหงา แต่ถ้าคุณยังมีความทรงจำที่เลวร้าย ผมก็ยังคงอยู่ตรงนี้เพื่อคุณเสมอ "
KIBUM: คิบอมมักจะบอกเสมอว่าการได้เป็นนักร้องนั้นเป็นความตั้งใจของพระเจ้า นั้นเป็นเพราะว่าตอนที่คิบอมอยู่อเมริกา เขาไปโบสถ์ทุกๆอาทิตย์ มีอยู่อาทิตย์นึง เขาและกลุ่มเพื่อนๆไปทาน spicy ricecake กัน
แต่โชคร้ายระหว่างทางนั้น คิบอมหลงทาง และนั้นเขาก้ได้พบกับคนของ SM และขอให้คิบอมมาร่วมงาน KANGIN:คังอินเคยมีประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือนครั้งหนึ่งที่โรงเรียนช่วงซัมเมอร์ เขานั่งอยู่หน้าแฟนคลับ เขาเริ่มเปิดปากแล้วทำเสียง .. ARH......
ดังนั้นเขาจึงบอกว่าเขาค้นพบมันแล้ว น่าสนใจและตลกดี เขาจึงเริ่มเล่นอีกครั้ง ทันใดนั้น แมลงวันจึงบินเข้าปากเขา
คังอินบอกว่ามันไปติดอยู่ที่ลำคอ ยากมากกว่าจะเอามันออกมา เขาจึงไม่กล้าทำแบบนี้อีกเลย
Kyuhyun: เพราะพื้นที่ที่มีจำกัดภายในที่พัก เขาเป็นคนสุดท้ายที่มาเป็นสมาชิกซูจู
เขาไม่มีเตียง
ครั้งหนึ่งเมื่อพวกเขาไป KTR เขาบอกแฟนๆ และภายใน 2 ชั่วโมงนั้น แฟนๆส่งเมสเสจบอกว่าพวกเขาต้องการซื้อเตียงให้คยูฮยอน เพื่อให้เขาหลับสบายนั้น ทำให้ผู้จัดการช็อกไปเลยทีเดียว พวกเขาจึงไปซื้อเตียงในวันต่อมา รู้สึกภูมิใจที่มีเตียง เขาถ่ายรูปเตียงไว้และไปโพสในเน็ต Ryeowook: มีครั้งนึงที่รยออุคและซองมินไปในรายการวิทยุของคังอิน
ทุกๆคนคุยกันอย่างสนุกสนานยกเว้นเขา... ซองมินรู้สึกได้ทันทีจึงถามว่า "ทำไมนายเงียบจัง..นายทำอะไรผิดเหรอ" เขาตอบอย่างเศร้าๆว่า เขาคิดว่าวันนี้รายการสดจะเปิดให้ผู้ชมดูซะอีก
เขาจึงจัดแจงออกแบบทรงผม เสื้อผ้า และเมคอัพอย่างดี แต่โชคร้ายที่วันนี้พวกเขาไม่ได้รับอนุญาตให้เปิดรายการให้ผู้ชมเห็น เมื่อทุกคนได้ยินดังนั้น พวกเขาหัวเราะกันจนน้ำตาไหลเลยทีเดียว
Eeteuk: ก่อนจะเดบิวต์อีทึกสนิทกับเซียจุนซูและอึนฮยอกมากๆ วันนึงหลังจากเทรนเสร็จ อีทึกที่โตสุดจึงตัดสินใจเลี้ยงทั้งสองคน แต่ทว่าเขามีเงินพอสำหรับ 2 คนเท่านั้น เขาจึงคิดว่า บางที เราทั้ง 3 คน สามารถแชร์ ขนมปัง 2 ก้อนได้ พอรถไฟมาถึง ... ฮยอกแจและจุนซูบอกลาเขา เอาขนมปังขึ้นรถไฟไป ทิ้งอีทึกให้ จ้องมองพวกเขาอย่างว่างเปล่า Donghae: เขาบอกว่า เขาเกลียดการฉลองวันเกิด เพราะว่าปีที่แล้ว สมาชิกซูจู ไปสถานที่แห่งนึงเพื่อจัดการแสดง
เขาตั้งตารอคอยให้ถึงเที่ยงคืน เพื่อสมาชิกจะให้ของขวัญเขา แต่พวกเขาทั้งหมดยุ่งกับธุระของตัวเอง ทำให้เขาเศร้ามาก และทุกๆครั้งที่พูดเรื่องวันเกิดออกอากาศ เขามักจะบ่นอยู่เสมอ Eunhyuk : ครั้งนึงที่คังอินไม่สบาย
วันต่อมา คังอินต้องไปอัดรายการ ฮยอกแจเป็นกังวลมาก เขาอยากบอกคังอินว่า พี่ครับ พี่ต้องเข้มแข็ง สู้ๆ เขาจึงตัดสินใจนั่งลงและบอกคังอิน
ก่อนที่จะบอกประโยคนั้น มันก็เลยเวลามา 30 นาทีแล้วเขาเขินเกินกว่าที่จะบอก เขาจึงเก็บมันไว้ในใจ......... Sungmin : ซองมินบ้าสีชมพูมาก ถึงขนาดว่าเวลาซื้อของ เขาจะไม่มองลักษณะการดีไซน์เลย ตราบใดเป็นที่เป็นสีชมพู เขาก็จะซื้อมัน
ซองมินเปลี่ยนปลอกมือถือเป็นสีชมพู ครั้งนึง ซองมินตัดสินใจที่จะเปลี่ยนสไตล์ และไม่ใส่สีชมพูอีก
แต่เมื่อเขาเปิดตู้เสื้อผ้า และพบเสื้อผ้ามากมายที่เป็นสีชมพู เขาจึงล้มเลิกการเปลี่ยนสไตล์ในท้ายสุด Yesung: ทุกๆคนมักคิดว่า เยซองเป็นสมาชิกที่เงียบที่สุดในวง แต่เขาแตกต่างจากเวลาที่อยู่หน้ากล้อง มีครั้งนึง ที่มีการสัมภาษณ์ เยซองพูดไป 2 ชั่วโมง สุดท้าย90% ต้องตัดออก เยซองโกรธ แต่ก็หาคำตลกมาพูด " มันยาวมากจนถึงกับต้องตัดมันออกหมดเลยเหรอ " Shindong: ก่อนเดบิวต์ ชินดงทำงานหลากหลายมากในช่วงหน้าหนาวนั้น เขาต้องการมือถือ แต่พ่อแม่ไม่ยอมซื้อให้ เพราะเวลานั้นมันแพงมาก ดังนั้นชินดงจึงไปทำงานก่อสร้าง ทุกครั้งที่ทำงานเสร็จ มือของเขาจะสั่นมาก เพราะแบกของหนัก สุดท้าย เขาก็สามารถซื้อมือถือมาได้ Hangeng: เขามักได้รับการยกย่องเกี่ยวกับฝีมือการทำอาการอยู่เสมอ เขาอยู่ในที่พัก และจะทำอาหาร เขาเจอแค่หัวหอม ไข่ และข้าว ดังนั้นเขาจึงใช้พวกนี้ลงมือทำ ทุกคนชื่นชมเขาและถามว่าที่อยู่ในจานหน่ะชื่ออะไร ด้วยความที่ภาษาเกาหลีของเขาไม่ค่อยแข็งแรงนัก เขาต้องการจะบอกว่า ข้าวผัดไข่ แต่เขากลับพูดว่า ข้าวผัดปักกิ่ง และนี่ก็เป็นเหตุให้มีข้าวผัดปักกิ่งที่มีชื่อเสียงออกมา
Siwon: เขาโตมาจากครอบครัวที่เข้มงวด และเขาก็กลัวพ่อด้วย
ระหว่างวันหยุดช่วงเรียนไฮสคูล ซีวอนไปทำงานที่ปั้มแก๊สโดยไม่บอกให้พ่อแม่รู้ ในวันที่ 4 ของการทำงาน เขาพูดกับลูกค้าแบบปกติ "กรุณาเลื่อนกระจกลงด้วยครับ" แต่แล้วเขาก็พบว่าในรถคันนั้นคือพ่อของเขาเอง วันต่อมาเขาจึงต้อง เลิกงานนี้ไปเลย. credit: Be_ma_luv from : siamzone Love Suju From Dek-d คุณหลงลืมชินดงไปรึเปล่า..???
October 09 [FanArt] Dangyunhaji (Of Course) game
October 05 TVXQ in paris + What's In Interview (October issue)คนอื่นแปลนะ แต่จำไม่ได้ว่าใครอ่ะ เลยไม่สามารถ credit ได้
เอามาแปล + แปะเล่น เป้นเรื่องเล่าของน้อง in แพรีส อะ อ่านกันขำๆนะเพ่น้อง ใครที่อ่านแล้วก็อ่านอีกนะ (มุขนี้ทุกที คิดมุขอื่นไม่ออก ==') จากเรื่อง What I think about the boys now that I've seen them in real เมื่อฉันเจอดงบังชินกิตัวจริง ชั้นมีเรื่องมาเล่าให้ฟังค่ะ หวังว่าทุกคนจะสนุกกัน ครั้งแรกที่เจอ คือ ที่สนามบินค่ะ ตอนแรกพวกเราทุกคนตื่นเต้นกันมาก ตอนนั้นคนที่คุยอยู่ด้วยกัน (ซึ่งส่วนใหญ่ตอนนี้ก็ยังติดต่อกันอยู่) ทุกคนรู้สึกไม่ค่อยมีความหวังเท่าไหร่ ยุนโฮและชางมินตัวจริงใจดีมาก แต่แจจุงกับยูชอนดูเฉยๆ ทำให้พวกเราเศร้าไปเลยเหมือนกัน พวกเราคุยกันว่า “จะเป็นยังไงถ้าแจจุงกับยูชอนเป็นเหมือนที่แสดงในทีวี” แจจุงมีแฟนเยอะเลยนะที่นี่ แต่หลังจากที่เจอทั้งคู่ 2 ครั้งที่โรงแรม (ชั้นโชคดีสุดๆ โรงแรมอยู่ห่างจากบ้านชั้นแค่ 15 นาที!!!) ครั้งแรกที่ La Sorbonne Saint Michel กับอีกครั้งที่พิพิทธภันฑ์ลูฟ ชั้นพูดได้เลยว่าไม่จริง [ตรงนี้ไม่เข้าใจต้นฉบับอะ ตกลงคิดไงกับแจ+คุณปาร์ค ==’] ชั้นรู้จักคนขับรถบัสของน้องๆไปเลยแหละ เขาเล่าเรื่องน้องๆให้ชั้นฟังนิดหน่อยด้วย และเพราะพี่คนขับนี่เอง ทำให้ชั้นได้ลายเซ็นของทั้ง 5 เทพ บนปก All About DBSK ชั้นไม่แน่ใจว่าจะเก็บลายเซ็นนี่เอาไว้เองดีมั้ย ซึ่งตอนแรกชั้นก็อยากทำแบบนั้นอยู่หรอกนะ แต่คาสซิโอเปียทุกคนจะร่วมแบ่งปันทุกอย่างที่มีเกี่ยวกับดงบังชินกิ ซึ่งมันทำให้ชั้นรักความสัมพันธ์ในหมู่แฟนคลับแบบนี้ การที่เราทุกคนช่วยเหลือกันและกัน ชั้นได้พบปะ ขอบคุณ คนเหล่านี้ บุคคลที่วิเศษมากๆ ทั้งที่เจอตัวกันและคุยกันทางเน็ท จะเริ่มจากยุนโฮนะ ไม่มีทางเลยที่จะหาคำพูดมาบรรยายได้หมด ผู้ชายคนนี้เป็นเจ้าชาย เป็นเทวดาของแท้เลย ยุนโฮใจดีมากๆๆเสมอเลยกับทุกคน ยิ้มตลอด เต็มใจให้ลายเซ็น แม้ว่าจะเหนื่อย แม้ว่าจะโดนผู้จัดการงี่เง่าตะโกนบอกให้ไป ยุนโฮมีความเป็นผู้นำเต็มเปี่ยม ชั้นมีโอกาสได้เจอน้อง ตอนน้องอยู่คนเดียวกับสตาฟอีก 3 คน (ชั้นคิดว่าพวกเค้ามีกัน 16 คนนะ มีผู้หญิง 3 คน ล่าม 1 คน ผู้จัดการ 1 คน และผู้ช่วยอีก 2-3 คน ที่เหลือก็เป็นตากล้อง) ตอนแรกชั้นไม่อยากไปรบกวนน้องเท่าไหร่ แต่เพื่อนชั้นก็ยุอยู่นั่น ชั้นเลยเข้าไปพูดกับน้องว่า “Bonjour” [“สวัสดี”ภาษาฝรั่งเศส] น้องก็ตอบ “Bonjour” กลับมาแบบไม่มีสำเนียง [= =”] ชั้นถามน้องว่าขอจับมือได้มั้ย น้องไม่เข้าใจ แต่มีสตาฟคนนึงช่วยบอกให้ แล้วน้องก็ให้จับ [งี๊ดดดดดดดดดด] ตอนนั้นสติชั้นหลุดไปแล้ว!!ชั้นเกือบลืมพูด au revoir [“แล้วเจอกัน”ภาษาฝรั่งเศส] แล้วชั้นก็เดินออกมา พวกเรารออยู่อีกถนนนึง กรี๊ดแบบที่แฟนๆทำกัน แต่พวกน้องๆคงไม่ได้ยินพวกเราหรอก ชั้นไม่คิดว่าน้องจะรู้ว่าพวกเราเป็นแฟนคลับ เพราะในเช้าวันถัดมา พอน้องเห็นพวกเราที่โรงแรม น้องมองพวกเราอยู่เกือบ 30 วิ 555 ในลูฟยุนยิ้มสดใสมากๆและโบกมือให้พวกเราด้วย แฟนๆทุกคนที่ชั้นคุย พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า ยูโนว์ยุนโฮ เป็นคนที่ใจดีที่สุดในโลก (เซ็กซี่ด้วย) [^^] พอคิดถึงพวกแอนตี้แฟน ชั้นรู้สึกเสียใจและโกรธมากจริงๆ เพราะตอนนี้ชั้นรู้แล้วว่ายุนโฮตัวจริงเป็นยังไง แต่พระเจ้า !! น้องผอมเกินไป ดูไม่แข็งแรงเลย หน้าน้องเล็กมากกกกกกก!!! ช่วยกันภาวนาให้น้องด้วยนะ และ อ้อ ! น้องหน้าตาดีมากกก เด็กผู้ชายคนนี้เพียบพร้อมไปซะทุกอย่าง คนที่จะได้แต่งงานกับยุน (แม้ว่าชั้นจะหวังมากๆว่าจะเป็นแจจุง) [555] เป็นผู้หญิงที่โคตรรรโชคดี [แอบใส่อารมณ์ 555] ชางมินน่ารักมาก หล่อกว่าในรูปมาก (ยูชอนก้เหมือนกัน) ชั้นเล่าไปแล้วใช่มั้ยว่าชั้นพูดกับน้องที่แอร์พอร์ตยังไง (อันยองงง ชางมินนี่) เมื่อชั้นไปที่โรงแรมที่น้องพัก ชางมินอยู่บนรถบัสกับยุนโฮแล้ว แต่น้องเห็นว่าชั้นชี้ไปที่น้อง ทำท่าประมาณ “เฮ้ ชางมินนี่!” น้องก็เลยขำแบบน่ารักเชียว แล้วก็โบกมือมาทางเรา ทำแบบนี้ด้วยเหมือนกันในวันเสาร์ น้องดูท่าทางปลื้มเวลาเห็นสาวๆมารอ [น้องมินเนี่ยนะ?!] (แฟนฝรั่งเศสยืนรอตรงใกล้ๆรถบัส แล้วก็มีแฟนๆเอเชีย หรือนักท่องเที่ยวไม่รู้ ประมาณ 12 คน รอในโรงแรม มีเด็กผู้หญิงคนนึงอยากให้จดหมายยูชอน แต่ยูชอนมองไม่เห็นเธอ เด็กคนนั้นเลยหันไปหาชางมิน น้องมินชี้ไปที่ยูชอนแล้วบอก “ไม่ ผมไม่ใช่เค้า!” มาถึงแจ ชั้นไม่คิดว่าแจจะเป็นแบบนี้แม้ว่าพวกน้องๆจะเคยแซวกันเองมาบ้าง แจจุงเป็นคนที่หล่อมากก มากก ชั้นไม่ค่อยเขินเท่าไหร่แม้ว่าแจจุงจะเป็นคนที่ชั้นชอบ ชั้นพูดกับทุกคนยกเว้นแจ น้องไม่ดูเหมือนผู้หญิงเลยนะ จริงๆแล้วดูแมนกว่ายุนโฮด้วยเพราะไหล่แจกว้างกว่า น้องเท่มาก บางทีอาจจะมากไปด้วยมั้ย [5555] ไม่รู้ซิ น้องดูค่อนข้างเข้าถึงยากเหมือนเจ้าหญิงบนหอคอยงาช้าง ชอบอยู่กับตัวเอง ถ้าน้องไม่ถ่ายรูปหรือคุยโทรศัพท์อยู่ น้องก็จะอยู่คนเดียวฟัง ipod ขนาดพี่คนขับรถยังบอกเลยว่าเด็กคนนี้ดูต่างจากเพื่อนๆ มีบางอย่างในตัวที่พิเศษ ให้อารมณ์สุขๆเศร้าๆบอกไม่ถูก มีความรู้สึกเศร้าๆออกมาจากตัว คุณพี่คนขับเล่าว่าบางทีพวกเด็กๆนั่งคุยเล่นหัวเราะกันอยู่ แจก็จะออกมาอยู่คนเดียว คิดเรื่องอื่น ออกมาอยู่อีกโลกนึง มีอยู่ครั้งนึงคนอื่นนั่งเม้ากันอยู่ แจจุงเดินออกมา แล้วไปนั่งกับพี่คนขับ ฟังเพลง ไม่ได้พูดอะไร มันทำให้ชั้นเข้าใจฉายา “โบแจจุง” เพราะน้องเป็นคนมีพื้นที่ส่วนตัวมาก แต่น้องก็ใจดีนะ (แถมยังเป็นคนที่แจ่มเจิดเริ่ดดที่สุดในโลกเท่าที่ชั้นเคยเห็นมา) น้องเซ็นลายเซ็นให้แฟนๆทุกครั้งที่จะให้ได้ อาจจะเป็นเพราะพวกเด็กๆเหนื่อยกันมั้ง ใช่แหละ เหนื่อย แจจุงเลยมีถุงใต้ตาแบบนั้น ไม่แค่แจ แต่ทุกคนด้วย น้องๆต้องมาขึ้นรถตอน 8 โมงครึ่ง และกลับมานอนตอน 5 ทุ่ม ยกเว้นวันเสาร์ พี่คนขับบอกชั้นว่าแฟนๆไม่เข้าใจว่าพวกเค้าไม่ได้มาเที่ยว แต่มาทำงานนะ ขนาดไม่มีเวลาให้ตัวเองเลยด้วยซ้ำจนวันเสาร์ วันที่ไป Les Galleries Lafayette ท่านเทพถึงได้มีโอกาสชอป ทุกที่ที่ไปจะต้องมีคนรู้จักน้อง ที่ Montmartre มีนักท่องเที่ยวเอเชียเยอะ น้องๆแทบทำงานกันไม่ได้ เพราะมีคนรบกวนตลอด ชั้นเลยไม่อยากไปรบกวนน้องด้วยการถ่ายรูปแม้ว่าชั้นจะสามารถทำได้อยู่หลายครั้งก็ตาม มันน่าเหนื่อยจริงๆที่ต้องมีพวกสาวๆคอยมอง ตามติดทุกหนทุกแห่ง พี่คนขับ[เจ้าเก่า...ช่างเม้าท์จริง เฮียคนนี้ อิอิ] เล่าว่ามีแฟนๆชาวจีนนั่งแท็กซี่ตามน้องๆ แล้วที่แอร์พอร์ต ชั้นไม่แน่ใจว่าเป็นกลุ่มเดียวกันนี่รึเปล่าแต่ไม่ใช่คนฝรั่งเศสน่ะที่พยายามจะขึ้นไปบนรถบัสและกรี๊ดยังกะคนบ้า ชั้นรู้สึกแย่มากๆ น้องๆทำงานอย่างดีที่สุดเพื่อพวกเรา ชั้นเจอน้องๆแค่ 2 วันชั้นยังเหนื่อยมากๆๆ มีเด็กผู้หญิงคนนึงตามน้อง 3 วันทุกที่ เธอบอกชั้นว่าน้ำหนักลดไป 5 กิโลแล้ว ตั้งแต่เทพมา น้องๆมีเงินแต่ไม่มีเวลาใช้ ต้องเปลี่ยนชุดเป็น 10 ครั้งในหนึ่งวันบนรถบัส ร้องเพลงบนรถ นอนบนรถ มาฝรั่งเศสแต่ไม่ได้พักผ่อนเลย ชั้นเป็นห่วงสุขภาพของน้องๆ ทุกคนผอมกันมาก ภาวนาให้พวกเค้ากันนะ รักและสนับสนุนพวกเค้าให้ดีที่สุดเท่าที่คุณจะทำได้ แบ่งปันความรักของดงบังชินกิร่วมกัน หวังว่าเรื่องเล่านี่จะไม่น่าเบื่อเกินไปนะ ^^ --จบบบบ-- เอาเป็นแบบนี้ละกันเนอะ : (ใหม่/เก่า) 2. อาหารที่ไม่ชอบ 3. ที่ที่ชอบ 4. ที่ๆไม่ชอบ 2. อาหารที่ไม่ชอบ 4. ที่ๆไม่ชอบ แจจ๋าน่ารักจะตาย^^ จร๊วบบบบบ 5. สิ่งแรกที่คุณลืมตาขึ้นมาเห็นในตอนเช้า 6. เย็นนี้อยากกินอะไร 8. ถ้ามีโอกาสพักผ่อน อยากทำอะไรกัน 6. เย็นนี้อยากกินอะไร
October 02 เตือนคนที่ใช้คอมพิวเตอร์บ่อย ไม่ว่าจะใช้เล่นเกมส์ หรือใช้ว่าทำงานได้เมลล์จากเพื่อนมา
ลองอ่านดูนะ แล้วก็ดูแลตัวเองด้วย เป็นห่วงนะ ^_^ ตอนนี้ในประเทศไทยมีคนเป็นโรค ' วุ้นในลูกตาเสื่อม ' ถึง 14 ล้านคน แล้วครับจากข้อมูลทางหนังสือพิมพ์
( นี่เฉพะาแค่ที่มีข้อมูลบันทึกไว้นะครับ คนที่ไม่รู้ตัวเองว่าตัวเองก้อเป็นจะมากขนาดไหน ?)
ผมคิดว่า ในขณะที่คุณอ่านข้อความของผมนี้จากทางเนต บางคนก้อเป็นแต่ไม่รู้ตัวครับ
**********************************************************
อาการก้อคือ== > คุณจะเห็นเป็นคราบดำๆ เหมือนยักใย่ ลอยไปลอยมา เหมือนคราบที่ติดกระจกน่ะครับ
จะเห็นชัดก้อต่อเมื่อ คุณมองไปยังภาพแบล็คกราวนด์ที่มีสีสว่าง เช่น ท้องฟ้าขาวๆ ฝาห้องขาวๆ ฝาห้องน้ำขาวๆ จะเห็นเป็นคราบดำๆ ลอยไปลอยมา
*
ถ้าอาการมากกว่านั้นก้อคือ ประสาทตาฉีกขาด คุณจะมองเห็นแสงแฟลช ในที่มืด ไม่ว่าหลับตาหรือลืมตา (น่ากลัวมากๆ)
และถึงขั้นนี้จะต้องผ่าตัด (ซึ่งไม่มีอะไรรับประกันว่าจะดีเหมือนเดิม จะตาบอดหรือไม่ ?)
**********************************************************
สาเหตุของโรคนี้คือ == > ' การใช้สายตามากเกินไป ' ( เล่นคอม)
แต่ก่อนโรคนี้จะเกิดกับผู้สูงอายุ หรือ คนที่มีอาชีพใช้สายตามากๆ เช่น ช่างเจียรไนเพชรพลอย ที่ต้องใช้สายตาเพ่งมากๆ
แต่เด๋วนี้คนเป็นโรควุ้นในลูกตาเสื่อมกันมากเพราะ เล่นเนต หรือ เล่นคอม
( คุณฟังไม่ผิดหรอกครับ เด๋วนี้คนเป็นโรคนี้กันมากเพราะเล่นคอมนี่แหละ)
**********************************************************
ถามว่าทำไม คนเล่นเนต เล่นคอม ถึงเป็นกันมาก ?
ไม่ว่าคุณจะเล่นเนต , เล่นเกมส์ , อ่านไดอารี่ , อ่านบทความ , อ่านหนังสือ หรืออะไรก้อตาม ที่อยู่บนจอคอมพิวเตอร ' ล้วนทำให้สายตาคุณเสียได้ทั้งสิ้น ' เพราะว่า ถ้าคุณอ่านหนังสือที่เป็นแผ่นกระดาษธรรมดาๆ ' ระยะห่างระหว่าง ลูกตา กับ ตัวหนังสือ จะคงที่ แน่นอน '
เพราะขอบของตัวหนังสือจะคมชัด ทำให้สมองกะระยะโฟกัสได้ถูกต้องแน่นอน กล้ามเนื้อและประสาทตา จึงทำงานค่อนข้างคงที่ แต่ ! ตัวหนังสือบนจอคอมพิวเตอร์นั้น มีลักษณ์เป็นจุดๆ ประกอบกัน เหมือนแขวนลอยบนจอ ขอบของตัวหนังสือไม่ชัด
สมองจะสับสนในการปรับระยะโฟกัส (เพราะจอแก้ว จะมีความหนาของแก้ว แต่เรามองผ่านมันไป ) ( และจอ LCD เราก้อต้องมองผ่านเข้าไปเหมือนกัน ตัวหนังสือมันไม่ได้ติดอยู่ด้านบนเหมือนอยู่บนแผ่นกระดาษ) การปรับระยะโฟกัสจึงไม่แน่นอน
*********************************************************
บวกกับ ลักษณะการอ่านหน้าหนังสือในคอมนั้น จะต้องใช้เม้าส์จิ้ม ลากแถบด้านข้างจอ เพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือขึ้นลง
เพื่อจะอ่านบรรทัดด้านล่างได้ หรือไม่ก้อ ใช้ลูกหมุนที่อยู่บนเม้าส์ หมุนเพื่อเลื่อนบรรทัดหนังสือ แต่ การเลื่อนบรรทัดนี้ มันไม่เหมือนกับการอ่านหนังสือจากแผ่นกระดาษที่แขนกับคอ
จะปรับการมองขึ้นลงโดยอัตโนมัติ มีระยะที่แน่นอน สัมพันธ์กัน แต่ว่าการเลื่อนบรรทัดด้วยแถบด้านข้าง หรือลูกกลิ้งบนเม้าส์นั้น มันจะมีลักษณะการเลื่อนแบบกระตุกๆ (คุณสังเกตุดู)
มันจึงทำให้ปวดตามากๆ เพราะลูกตา จะต้องลากลูกตา เลื่อนตามบรรทัดที่กระตุกๆ นั้นไปตลอด บวกกับ การพิมพ์ตัวหนังสือนั้น บางที คุณต้องก้มเพื่อมองนิ้ว ว่ากดตำแหน่งบนแป้มพิมพ์ถูกตัวอักษรหรือไม่ ทำให้เด๋วก้ม เด๋วเงย
ลูกตาปรับโฟกัสบ่อยเกิน ทำให้ลูกตาทำงานหนัก กว่าจะพิมพ์งานเสร็จ คุณจะปวดตามากๆๆ อย่างเด็กนักศึกษา เร่งพิมพ์รายงานส่งอาจารย์ ติดต่อกันข้ามคืน สองสามวัน ตาจะปวดมากๆ รวมทั้งเวลาการเปิดโปรแกรม word
ในการพิมพ์ตัวหนังสือมักจะมีสีพื้นที่เป็นสีสว่าง (ที่นิยมก้อคือ ตัวหนังสือดำ พื้นสีขาว ) สีพื้นที่สว่างขาวจ้า นี่เอง ทำให้ตาคุณจะเกิดอาการแพ้แสง ถ้ามีการพิมพ์ติดต่อกันนานๆ เพราะจ้องจอสีขาวนานเกินไป หรือไม่ก้อ ในคนที่ชอบเล่นเกมส์บ่อยๆ มักจะมีการปรับแสงสว่างให้จ้าที่สุด เพราะเวลาเล่นเกมส์
ภาพพื้นหลังของเกมส์มักจะมืดๆ เป็นสีกำแพง เป็นสีปราสาท มันจะให้สีสวยสดดี แต่การทำแบบนี้มีข้อเสียคือ บางทีคุณหรือพี่น้องของคุณมาใช้คอมเครื่องนั้นต่อ จะทำให้บางครั้งลืมปรับความสว่างกลับมาให้มืดเหมือนเดิม
จากที่แค่สว่างพอที่จะพิมพ์รายงาน กลายเป็นจ้องจอสว่างจ้า ตลอดคืนไม่รู้ตัว ************************************************************************
สรุปก้อคือ
1. การมองตัวหนังสือที่แขวนลอยอยู่ในจอ โฟกัสไม่แน่นอน กล้ามเนื้อลูกตาทำงานหนัก ' ทำให้สายตาเสีย '
2. การเลื่อนตัวหนังสือและแถบบรรทัด ในหน้าคอม หรือ หน้าเนต มันจะเลื่อนแบบเป็นกระตุกๆ ' ทำให้สายตาเสีย '
การกระตุกๆ ของแถบบรรทัดนี่เอง ที่ทำให้สายตาเสีย ถ้าคุณอ่านหนังสือจากเวปมากๆ คุณจะติดนิสัยเสียอย่างนึงติดตัวไปคือ
คุณจะติดนิสัย มองอะไรก้อตาม ไม่ว่าใกล้ไกล จะปรับโฟกัสมองเพ่งอยู่เสมอ ผลก้อคือ กล้ามเนื้อตาทำงานหนัก คุณจะเริ่มมองของที่อยู่ไกลๆ เบลอๆ คุณจะไม่สามารถปรับโฟกัส มองของใกล้ แล้วมองไกล ได้ทันทีเหมือนเคย ( กล้ามเนื้อประสาทลูกตาจะล้า การปรับโฟกัสลูกตาเริ่มช้าลง) 3. การก้มๆเงยๆ มองแป้นพิมพ์ และมองจอคอม กลับไปกลับมา ' ทำให้สายตาเสีย '
4. การปรับจอภาพที่มีแสงสว่างจ้า มากเกินไปโดยไม่รู้ตัว ' ทำให้สายตาเสีย '
( ข้อนี้ คล้ายๆ กับ การเปิดดูทีวี ในห้องมืดๆ เป็นประจำ แล้วทำให้สายตาเสียน่ะเอง อย่างเดียวกัน) 5. การใช้จอคอม ที่มีความกว้างมากเกิน !!
( จอคอมกว้างๆ นั้น เหมาะสำหรับการดูภาพ ดูหนัง แต่ไม่เหมาะกับการดูตัวหนังสือ !!) เพราะว่า สายตาคนเรานั้นมีระยะการมองตัวอักษรที่ 1 ฟุต ( 12 นิ้ว)
แต่จอคอมสมัยใหม่ กลับมีความกว้าง 17 นิ้ว 19 นิ้ว หรือมากกว่านั้น ซึ่งมันกว้างเกินระยะกวาดสายตามอง จากขอบหนึ่งไปสู่ อีกขอบหนึ่ง ( ทำให้ปวดทั้งคอ ทั้งลูกตา) แค่คุณนั่งอ่านหนังสือบนจอกว้างแบบนี้ หนึ่งชั่วโมง ลูกตาคุณจะทำงานปรับโฟกัส กลับไปกลับมา เป็นพันๆ ครั้ง และถ้าเป็นปี หรือ หลายปี ติดต่อกัน สายตาคุณเสียแน่นอน เพราะฉนั้น ถ้าคุณจะอ่านหนังสือจากจอคอม ขนาดของจอคอมของคุณ ควรไม่เกิน 15 นิ้ว ถามกลับไปว่า ทำไม กระดาษเอกสาร ที่ใช้ในการอ่าน การเขียนทั่วไป จึงมีขนาด A4 ? ( คำตอบ ก้อคือ ความกว้างของกระดาษ A4 ไม่กว้างเกินไป กำลังพอดี ในการกวาดสายตามอง ยังงัยล่ะครับ) และเป็นคำตอบเดียวกับที่ว่า ทำไมขนาดของจอคอมคุณที่จะเอามาอ่านหนังสือ ไม่ควรเกิน 15 นิ้ว นั่นเอง **********************************************************
และส่วนมากคนทั่วไป มักจะคิดไม่ถึงว่า การเล่นคอมทุกวัน ง่ายๆ นั้น
จะเป็นสาเหตุใหญ่ที่สามารถทำให้ตาบอดได้ ถ้าเกิดรุนแรง เพราะกว่าจะรู้ตัวไปหาหมอ หมอก้ออาจจะบอกว่าคุณไม่สามารถรักษาหายได้แล้ว และต้องรักษาด้วยการผ่าตัดเท่านั้น!!! ********************************************************** ผมจึงอยากจะฝากประโยคเอาไว้ให้คนที่เล่นคอมทุกคนว่า
' คอมพิวเตอร์นั้น มีไว้สำหรับการค้นหามูล ไม่ได้มีไว้สำหรับการอ่านเป็นประจำ ' โดยเฉพาะการอ่าน อะไรก้อตามที่ยาวๆ เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็นไดอารี่ หนังสือบนเนต คุณเสี่ยงทั้งนั้น เพราะฉนั้น ' เราควรจะกลับมาอ่านหนังสือกระดาษกันเหมือนเดิม ลืมเรื่อง เล่นเนต เล่นคอมซะ เพื่อสุขภาพตา ' |
|
|