Aj.'s profileAj's spacePhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    August 30

    THE STORY OF A BOY

    THE STORY OF A BOY CALLED KIM JAEJOONG


    Guys.. try not to tear.. (credits baidu bar for original story & me for translating)
    ท่านทั้งหลาย จงอย่าร้องไห้


    Once during dance practice, the boy fell.. he thought it was normal to fall when dancing. But this time he couldn’t get back, his knees was hurting like crazy, he balled up and started shaking in the corner of the room, the leader, Yunho, w/o saying a word, carried the boy on his back and took him to the nearest hospital, at the split second that the emergency room door was closing, the boy saw four familiar figures on the other side of the door. Worrying for him, praying for him.

    ในระหว่างการซ้อม เขาได้ล้มลง เขาคิดว่ามันคงจะเป็นเพียงการหกล้มธรรมดาๆเหมือนกับการหกล้มทั่วๆไปเวลาที่เต้น แต่เขาก็กลับไปซ้อมต่อไม่ได้  หัวเข่าของเขาเจ็บจนแทบบ้า เขาขดตัวและตัวสั่นอยู่ที่มุมหนึ่งของห้องซ้อม หัวหน้าวงอย่างยุนโฮเข้ามาอุ้มเขาขึ้นไปและพาไปส่งที่โรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด ที่ประตูของห้องฉุกเฉินที่กำลังจะปิดลง เขามองเห็นคนที่คุ้นเคยสี่คนอยู่อีกด้านหนึ่งของประตู  พวกเขากำลังเป็นกังวล และภาวนาให้เขาอยู่


    The doctor said his right knee is pretty much gone, he needs surgery asap and it’s a major surgery so he needs to rest for a long time post-op, but the boy refused, the 2nd day after his surgery, he arrived at the Seoul Olympic stadium with the rest of the members, like his schedule, he met with his fans, before the meeting, Yunho was by his side all the time, didn’t leave his side for even a second. During the fan meet, they asked what does Changmin want for new years, Changmin’s answer “ I wish for hyung to get better soon”

    คุณหมอบอกว่าหัวเข่าข้างขวาของเขาบาดเจ็บค่อนข้างมาก และต้องได้รับการผ่าตัด asap ซึ่งเป็นสาขาหนึ่งของการศัลยกรรม ซึ่งเขาก็ต้องใช้เวลานานในการพักฟื้น แต่ว่าเขาได้ปฏิเสธ วันที่ 2 หลังจากที่เขาได้รับการผ่าตัด เขามาที่ Seoul Olympic stadium ในส่วนของที่พักของสมาชิกคนอื่นๆเหมือนในตารางงานของเขา เขาพบกับแฟนๆ และก่อนงานมีตติ้งนั้น ยุนโฮได้อยู่ข้างกายเขาตลอดเวลา ไม่ได้อยู่ห่างเขาเลยแม่เพียงเสี้ยววินาที  ในระหว่างการมีตติ้งนั้น  พวกเขาถามชางมินว่าอยากได้อะไรในวันปีใหม่นี้ ซึ่งคำตอบของชางมินนั้นก็คือ “ ผมขอให้ฮยองหายเร็วๆครับ ”


     The boy hates crying, he looked down, tried his hardest not to let his tears fall, he finally looked at the fans, he saw them crying for him, his heart was breaking, he picked the microphone and said “ I’m not hurting at all, really, please don’t cry for me, let’s face each other with smiles, please?” this is the first the boy has lied to everyone, it was within 24 hours of his surgery, how can it not hurt? But he toughed it out, for the love he has for his fans.

    เขาซึ่งเกลียดการร้องไห้ได้ก้มหน้าลง พยายามอย่างยากเย็นเพื่อที่จะไม่ให้น้ำตาหยดลงมา เขามองไปที่แฟนๆที่กำลังร้องไห้ให้กับเขา มันทำให้เขารู้สึกใจสลาย ( เวอ่ร์ไปม่ะ - -* ) เขาหยิบไมค์ขึ้นมาแล้วเอ่ยขึ้นว่า “ ผมไม่ได้เป็นอะไรมากจริงๆ กรุณาอย่าร้องไห้ให้ผมเลย เรามายิ้มให้กันและกันดีกว่านะครับ ” นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้โกหกทุกๆคน เขาเพิ่งผ่านการผ่าตัดมาใน 24 ชั่วโมง มันจะไม่เจ็บได้อย่างไร แต่เขาก็ไม่ได้ไปสนใจมัน เพื่อความรักที่เขามีให้กับแฟนๆ ( - -* แปลแล้วงงเอง )


    He finally recovered, he celebrated with his friends, on the drive home, he was pulled over by the police for drinking and driving, Yunho came to pick him up at the police station w/o a word, but the boy knew he has disappointed Yunho and others.

    ในที่สุดเขาก็สามารถกลับมาได้อีกครั้ง เขาไปฉลองกับเพื่อนๆ และในขณะที่เขาขับรถกลับบ้าน เขาถูกจับโดยตำรวจในข้อหาเกี่ยวกับการดื่มเครื่องดื่มมึนเมาและการขับรถ ยุนโฮมาช่วยเขาที่สถานีตำรวจ เขารู้ว่าตัวเองทำให้ยุนโฮและคนอื่นๆต้องผิดหวัง


    The boy was kept in silence by the company for two weeks, he knows that this is actually the lightest punishment for his foolish actions, and he knew his member have begged the company many many times, so that he’s not going to get kicked out. Because of it. He insisted in the next fan meet, he will apologize to everyone. That was the first time the boy has shed tears in front of his fans, .. when his fans said that they forgive him and they still love him.

    เขาได้ถูกทางบริษัทพักงานเป็นเวลา 2 สัปดาห์ เขารู้ตัวว่านั่นเป็นการลงโทษที่เบาที่สุดแล้วสำหรับการกระทำที่โง่ๆเช่นนั้น เขารู้ว่าสมาชิกในวงคนอื่นๆได้ขอร้องทางบริษัทหลายต่อหลายครั้งที่จะไม่ให้เขาต้องออกไป เขายืนกรานว่าจะต้องอยู่ในงานมีตติ้งครั้งต่อไปให้ได้ และเขาก็จะขอโทษทุกๆคน และนั่นเป็นครั้งแรกที่เขาน้ำตาร่วงต่อหน้าแฟนๆของเขา เมื่อแฟนๆบอกแก่เขาว่า พวกเขาให้อภัยและยังคงรักเขาอยู่เสมอ


    This boy, is Kim JaeJoong, a member of the hottest group in Korea. DBSK. The company gave him the stage of name of YounWoon Hero JaeJoong. So whenever the boy wants to cry, he reminds himself he can’t.. because he’s Hero JaeJoong and a Hero doesn’t cry.. a hero will fight 'til the end and win the battle.

    เขาคนนั้นคือ คิม แจจุง  สมาชิกของกลุ่มศิลปินที่ร้อนแรงที่สุดในเกาหลี ....ดงบังชินกิ.... ทางต้นสังกัดได้ให้ชื่อเขาในวงการว่า ยองอุง ฮีโร่ แจจุง เมื่อไรก็ตามที่เขารู้สึกอยากจะร้องไห้  เขาจะเตือนตัวเองว่า  เพราะเขาคือ ฮีโร่ แจจุง  และฮีโร่นั้นไม่ร้องไห้ ( ฮีโร่อันนี้หมายถึงฮีโร่ ไม่ใช่หมายถึงชื่อของแจจุง ) ฮีโร่นั้นจะต้องสู้ต่อไปจนจบ และก็จะขนะการประลองนั้น

     

    Credit :: Baidu bar
    English Translate :: Erwin Noblez
    Thai Translate :: Armygive*@Snowkimji.invisionplus.net


    ถึงบทความจะเก่าแล้ว แต่ก็ชอบอะ
    ต้องขอบใจน้อง Armygive ที่แปลมาให้อ่านอีกที

    August 29

    [Trans] สไตลิสต์กับแดนเซอร์พูดถึงทงบัง, สัมภาษณ์จาก S Mag.

    ช่วงนี้ไม่ค่อยว่างเลยไม่ได้มาอัพบล็อคซะที
    ไหนๆก็มาอัพพร้อมเรื่องของหนุ่มๆกันเลยดีกว่า

     


    [Trans] สไตลิสต์กับแดนเซอร์พูดถึงทงบัง

    สไตลสิต์, จองโบยุน

    มีเคล็ดลับอะไรในการเพิ่มเสน่ห์ของสมาชิกแต่ละคนมั้ย?
    - จุนซู จะใส่ใจกับการออกแบบท่าเต้นของเขา พวกเราเลยคุยกันเรื่องท่าเต้นบ่อยมาก และผมจะพยายามอย่างดีที่สุดในการเตรียมชุดที่ใส่แล้วสบายๆ เค้าแมนขึ้น และเป็นผู้ใหญ่มากกว่าแต่ก่อน ทุกวันนี้ เค้าออกกำลังกายเพราะว่าเค้าอยากใส่เสื้อแขนกุด และผมก็จะเลือกเสื้อแขนกุดให้เค้าบ่อยๆ เพราะเค้าเหมาะกับมัน
    สำหรับยุนโฮ ผมจะใส่ใจกับ เส้นไหล่ของเขา เพื่อที่ไม่ให้ใบหน้าเค้าดูเล็กเกินไป  ส่วนชางมิน มีหุ่นที่ดีมาก จนผมเรียกเค้าว่า "นายแบบชิม !" และเค้าเหมาะกับชุดทุกแบบ ก่อนหน้านี้ ผมจะเลือกเสื้อผ้าที่เหมาะกับความใสๆ/วัยรุ่นของเขา แต่ตอนนี้เค้าโตขึ้นมาก และก้อเปลี่ยนแปลงไปมาก และแจจุง เค้าจะสนใจในแฟชั่นเป็นอย่างมาก เค้าชอบเสื้อผ้าที่มี สไตล์แรงๆ และชอบสไตล์ "ญี่ปุ่นจ๋า" เค้าเลยชอบใส่เสื้อผ้าที่ใส่แล้วดูเพรียว     <== แจใส่อะไรก็สวยอยู่แล้วละ จ้า
    ส่วนยูชอนก็สนใจในแฟชั่นเหมือนกับแจจุง เค้ามีเซนส์ในการเลือกเสื้อผ้าที่เค้าต้องการใส่ และแถมเค้ายังมี ไหปลาร้าสวยด้วย เค้าเลยชอบใส่เสื้อโชว์คอ   <== อืมๆ เห็นด้วยๆ ถ้าไม่ใส่เลย จะดูดีมากๆ Tongue out

    สมาชิกคนไหนที่ แต่งตัวเก่ง/ดีสุด?
    - ทั้ง 5 คนมีความสนใจในแฟชั่นต่างๆกันไป แต่ละคนก็ชอบกันคนละอย่าง และมีเซนส์พิเศษในการเลือกให้เหมาะกับตัวพวกเขาเอง
    ส่วนใหญ่ทุกคนจะชอบใส่เสื้อผ้าสบายๆ แจจุงจะชอบ แบบธรรมชาติ "สไตล์ญี่ปุ่น" และ จุนซูชอบ แบบกึ่งทางการ
    เมื่อไหร่ที่สมาชิกไม่มีเวลาไปชอปปิ้งเพราะตารางเวลาอันแน่นเอียด ก็มีหลายครั้งที่พวกเขาซื้อเสื้อผ้าจาก สปอนเซอร์ บางทีพวกเราก็ซื้อเสื้อผ้าให้พวกเขา
    พวกเขาไม่ค่อยชอบเสื้อผ้าแบรนด์ดังเเพงๆ พวกเขาเลยใช้เสื้อผ้าจาก ตลาดดงแดมุน และไปซื้อของด้วยตัวพวกเขาเอง   <== เอาไว้วันหลัง จะไปเดินเป็นเพื่อนนะ Embarrassed

    สมาชิกคนไหนสไตล์การแต่งตัวเปลี่ยนไปมากที่สุดตั้งแต่เดบิวต์จนถึงปัจจุบัน?
    - ตอนแรกพวกเขาก็เหมือนนักเรียนชายทั่วไป แต่ตอนนี้พวกเขาโตขึ้นและเหมาะกับทุกสไตล์ ไม่ใช่แค่คนเดียว แต่ทุกคนเปลี่ยนไปเท่าๆกัน
    เมื่อคุนเห็นพวกเค้าทำสิ่งเหล่านี้ด้วยกัน ทีมเวิร์คที่ดีของดงบังชินกิ ก็จะเห็นได้อย่างชัดเจน (ฮ่าๆ)

    จากเสื้อผ้าทุกๆชุดจนถึงตอนนี้ สไตล์ไหนที่เหมาะกับพวกเค้ามากที่สุด?
    - พวกเค้าต่างก้อมีลักษณะที่ดี ดังนั้นก็เลยเหมาะกับทุกอย่าง จากจุดนี้ ผมรู้สึกบกพร่องยังไงก็ไม่รู้
    ส่วนตัวแล้ว ผมชอบ "Rising Sun" , "O" และ "HUG" มันเข้ากับพวกเค้าได้อย่างดีเลย     

    คุนคิดว่าสิ่งไหนที่ทำให้พวกเค้าเป็นได้แบบทุกวันนี้?
    - ดงบังชินกิไม่เคยลืมที่จะฝึกซ้อม แม้ว่าตารางวันนั้นจะจบตอน ตี2-ตี3 ก็ตาม        <== มิน่า นักร้องไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้คุณภาพ Sad
    พวกเค้าจะพยายามจนถึงที่สุด และความสามัคคีของพวกเค้าคือจุดเด่น
    ยุนโฮทำหน้าที่หัวหน้าวงของเขาได้เป็นอย่างดี และสมาชิกคนอื่นก็ฟังความคิดเห็นของยุนโฮเช่นกัน

    ช่วยพูดอะไร ที่อยากพูดกับดงบังชินกิ แต่ว่าคุณไม่มีโอกาสได้พูดหน่อยสิ
    - สุขภาพคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อไหร่ที่พวกนายพูดว่า "ขอบคุนที่คอยดูแลพวกเรา" พี่จะรู้สึกตื้นตัน อยากจะบอก ว่า พี่ก็ขอบคุนพวกนายจิงๆ

     

    สไตล์ลิส , คังโฮ

    มีเคล็ดลับอะไรในการเพิ่มเสน่ห์ของสมาชิกแต่ละคนมั้ย?
    - สมาชิกทั้ง 5 คน เหมาะกับทรงผมทุกแบบ เมื่อไหร่ที่อัลบั้มออกใหม่ พวกเราจะเลือกทรงผมที่เหมาะกับคอนเซปจากแพลนที่พวกเค้าให้ดู
    เมื่อสตาฟที่คอยดูแลดงบังชินกิเข้าใจในคอนเซป ผมว่า สไตล์ดีๆก็จะถูกสร้างขึ้นมา ถึงสไตล์ต่างๆถูกสร้างขึ้นมา แต่พวกเราก็ยังพยายาม มองหาสไตล์ใหม่ๆที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อนด้วย นักแสดงก็เหมาะกับทรงผมธรรมชาติๆ แต่นักร้องสามารถสร้างลุ้คดีๆขึ้นมาให้เหมาะกับคอนเซปได้
    ดงบังชินกิเป็นวงที่มีลุ้คชัดเจนไม่เหมือนกับวงอื่นๆ         <== เออ ยังไงก็ดูแลน้องมินมั้งนะ ทรงคล้ายๆพวกเรกเก้ นี่ขอเถอะ น้องมินดูแก่ขี้นหลายเท่าเลย

    สมาชิกทำอะไรในระหว่างที่ออกแบบ?
    - เมื่ออัลบั้มใกล้จะออก พวกเขาจะฝึกซ้อมร้องเพลง เมื่อพวกเขาทำกิจกรรมต่างๆไปซักครู่ พวกเขาก็จะต่างคนต่างหลับ

    ทรงผมไหนที่สมาชิกแต่ละคนชอบ ?
    - ยุนโฮจะชอบทรงผมตรงๆมากกว่าผมเป็นลอน เพื่อเน้นความเรียว/คมของใบหน้า แจจุงเหมาะกับผมทุกทรง
    และยูชอนจะห่วงเป็นพิเศษกับทรงผม บ่อยครั้งที่เขาจะชอบออกความเห็นและแนะนำทรงผมให้กับสมาชิกคนอื่นๆ
    และชางมินที่ผมกำลังยาว จะดีมากถ้าคุนติดตามดูลุ๊คใหม่ๆของชางมิน

    คุนคิดว่าสิ่งไหนที่ทำให้พวกเค้าเป็นได้แบบทุกวันนี้?
    - พวกเขาได้ขึ้นเป็นอันดับท๊อปของเกาหลี และตัวตนของพวกเขาก็ไม่เปลี่ยนไปเลยจากตอนแรก พวกเขาคอยดูแลกันและกัน ทำให้บรรยากาศรอบข้างดูอบอุ่น มันไม่ใช่แค่คนเดียวที่ดูแล แต่เป็นทุกๆคนดูแลกันและกัน
    ไม่นานมานี้ ผมได้ทำงานกับศิลปินหลายคน แต่พวกเค้าคือวงเดียวที่ทำให้ผมตั้งใจทำงาน ตั้งแต่ครั้งแรก ทำให้ผมประทับใจพวกเขามาก     <== เช่นกันๆ ตอนนี้ทงบังกลายเป็นหนุ่งเดียวในใจไปเลย อิอิ

    ช่วยพูดอะไร ที่อยากพูดกับดงบังชินกิ แต่ว่าคุนไม่มีโอกาสได้พูดหน่อยสิ
    - พี่ขอให้กิจกรรมที่ญี่ปุ่นเป็นไปด้วยดี พี่จะรอวันที่พวกนายประสบความเร็จในญี่ปุ่นและได้มีทัวร์รอบโลก

     

    AtoZ Dance Team , ชินฮยองจุน

    ความสามัคคีระหว่างพวกคุณกับดงบังชินกิเป้นยังไงบ้าง?
    - พวกเค้าฝึกหนักมากๆ และเป็นแบบนี้มานานแล้ว ดังนั้นแค่พวกเราซ้อมด้วยกันนิดหน่อย พวกเราก็ทำให้พร้อมกันได้เป็นอย่างดีโดยปกติแล้ว ระยะการฝึกซ้อมนานเท่าไหร่ ?
    - พวกเราจะซ้อมกันประมาน 1 เดือนก่อนการแสดง แต่ดงบังชินกิ มีตารางงานแน่นมาก ดังนั้นพวกเราจะฝึกหนักมากในระหว่างระยะเวลาสั้นๆที่มี
    พวกเราจะฝึกซ้อมเป็น 2 เท่าของที่วงอื่นๆ (ฮ่าๆๆ) พวกเราใช้เวลาในการซ้อมมากกว่าเวลากินข้าวซะอีก เวลาซ้อมพวกเราก็ตั้งใจกันมากๆด้วย      <== คนแปล นี่แปลผิดอะเปล่า  เวลากินหรือเวลานอนกันแน่

    สมาชิกคนไหนที่ออกแบบท่าได้ดีที่สุด ?
    - สมาชิกทั้ง 5 คน ได้เรียนพื้นฐานการเต้นจากตอนเป็นเด็กฝึกหัด เลยไม่มีปัญหาเวลาที่พวกเขาต้องออกแบบท่าเอง
    จุนซูจะเก่งที่สุดเวลาที่ต้องออกแบบท่าเต้น และยุนโฮจะเก่งที่สุดในทักษณะการเต้นเฉพาะตัวของเขา       <== ยุนโฮ สุดยอด

    มีอะไรมั้ยที่พวกคุนจะทำกันก่อนขึ้นเวที ?
    - พวกเราจะตะโกน "DongZ DongZ fighting!"

    คุนคิดว่าสิ่งไหนที่ทำให้พวกเค้าเป็นได้แบบทุกวันนี้?
    - ดงบังชินกิไม่เคยเปลี่ยนไปเลยจากตอนแรกๆ ปกติแล้วเวลาคุนขึ้นสู่จุดที่สูงสุด การกระทำและคำพูดของคุนจะเปลี่ยนไป แต่มันไม่ได้กระทบกับดงบังชินกิเลย
    ผมว่า การที่พวกเค้าพยายามให้ถึงที่สุด และการที่พวกเค้าคอยเป็นห่วงสตาฟคนอื่นๆ คือสิ่งที่ทำให้พวกเขามีทุกๆวันนี้

    ช่วยพูดอะไร ที่อยากพูดกับดงบังชินกิ แต่ว่าคุนไม่มีโอกาสได้พูดหน่อยสิ
    - ขอให้สุขภาพแข็งแรง มาทำมันให้ดีที่สุดกันเถอะ

    Credit:

    Source: blog.naver.com/kshappy07
    Translated by: jajaja@soompi
    TH trans : Mintz@TVfXQTH.net
    Edit Trans : lek@tvxqfic

    August 17

    ร้าน T forty two (T42)

         เมื่อวานกะว่าจะไปลองทานราเมนร้าน Tayagoya ใกล้ๆโรงแรมตะวันนา ตรงถนนสุรวงค์ ซะหน่อย แต่กลุ่มที่นัดว่าจะไปทานด้วยกัน ดันติดงานซะนี่ เลยจำต้องยกเลิกนัดไปก่อน เสียดานจัง เห็นเค้าแนะนำว่า อาหารร้านนี้อร่อย กะว่าจะไปลองซะหน่อย 
    ขากลับ เลยแวะไปซื้อเค้กร้านโปรด ร้าน T forty two (T42) ที่อยู่ใน Siam Center ชั้น 4
         วันนี้ไปโชคดีมากเลย มี บลูเบอร์รี่ชีสพาย ด้วย สุดยอดๆ บลูเบอร์รี่เป็นชิ้นเป็นอัน เนื้อชีสเนียมนุ่ม สมกับที่รอมานาน  ชีสร้านนี้อร่อย แนะนำ
         ปกติร้านนี้ จะทำเค้กออกมาไม่ค่อยซ้ำกันอะ เวลาไป เราจะไม่รู้เลยว่า จะมีเค้กแบบไหนรอเราอยู่  ข้อดีก็คือได้ไปลองของใหม่ แต่ ข้อเสียคือบางทีไปก็ไม่เจอเค้กที่อยากกิน ตอนนี้เลยแก้ปัญหาโดยการขอเบอร์ที่ร้านไว้เลย วันไหนอยากกินจะได้โทรไปถามก่อน ถ้ามีแล้วค่อยไปซื้อ จะได้ไม่เสียเวลาไปเก้ออีก
    ไหนๆวันนี้ก็แวะไปแล้ว เลยซื้อกลับมา 2 ชิ้น บลูเบอร์รี่ชีสพาย กับรัสเซี่ยนเค้ก ที่เป็นพวกฟรุ้ตชีสพาย มีลูกเกด กับเชอร์รี่ แล้วก็โรยหน้าด้วยอัลมอนด์
         วันนี้ว่าจะแวะไปอีก เห็นว่าเค้กที่เราอยากทานอีกอยากจะเอามาลงเพิ่มพรุ่งนี้  จำชื่อไม่ได้แล้วละ เป็นพวกบานาน่าชีสเค้ก แล้วก็จะราดด้วยซอสเหลวรสวนิลา อุ่นร้อนๆ อร่อยมาก ไม่หวานด้วย  แล้วถ้าทานคู่กับชาแอปเปิ้ลนะ... อา~ สวรรค์    
         ไม่ได้ถ่ายรูปเค้กที่ซื้อมาอ่ะ แบบว่า มันหมดแล้ว เพิ่งนึกได้ น่าจะถ่ายรูปมาลง ยั่วน้ำลายคนอื่นเล่น

         ร้านนี้ เพื่อนเก่าเป็นคนพาไปทาน จริงๆ ร้าน T forty two นอกจากเค้กแล้ว ยังมีอาหารหลักให้สั่งทานได้นะ แต่ส่วนใหญ่ เราจะเน้นที่เค้กกับชามากกว่า ราคาเค้กก็ไม่แพงมาก ราคาต่อชิ้นจะประมาณ 50-70 บาท รับสั่งทำด้วยนะ อย่างถ้าสั่งบลูเบอร์รี่ชีสพาย 1 ชุด ก็ประมาณ 700-730 บาทอ่ะ   ถ้าเค้ก 2 ปอน์ด ก็ประมาณ 600-680 บาท

         อ่อ เค้กที่โรงแรมเพนนินซูล่า ก็อร่อยน่ะ อร่อยมากๆ ปริมาณเครื่องนี่ได้ใจเลยอะ แต่ที่ยังอยากกินอยู่ จะเป็นสตอเบอรี่แพนเค้กที่มีอัลมอลด์โรยหน้าด้วยอ่ะ อยากกินอีกจัง Tongue out 

        อ้วนๆๆๆๆ

    August 14

    Kim Heechul Star Battle Performance in X-man#18

         Kim Heechul Star Battle Performance in X-man#18 ที่แต่งเป็น Bo ในเทเลทับบี้  แล้วมาเต้น U.... สุดยอดไปเลย เทเลทับบี้เวอร์ชัน U
    มีอึนฮยอกมาร่วมแสดงด้วย เต้นเท่ห์แบบขำๆ มันจะเท่ห์ก็ไม่เท่ห์ซะทีเีดียว คิดว่าคงอายน่าดูเลยละ
         ตอนที่ฮีซอลเต้นๆอยู่แล้วโดนอึนฮยอกแกล้งถอดหัวเทเลทับบี้ออก ดูคุณเธออายมากๆ แต่ก็ยังเต้นต่อแบบเต็มที่ แล้วพอไปให้อึนฮยอกใส่หัวคืน ก็ไม่รู้อึนฮยอกตั้งใจรึเปล่าที่ใส่หัวให้กลับด้านเนี่ย(คิดในแง่ดีว่าไม่อะนะ)
         สงสารเจ๊มากๆ แต่ก็ไม่มีอะไรจะหยุดเจ๊ได้ คุณเธอยังเต้นต่อได้แม้ว่าจะมองไม่เห็นอะไรก็ตาม กว่าอึนฮยอกจะมาช่วยขยับห้วให้เข้าที่ตอนจะจบเพลง เจ๊แกก็จะสิ้นลมอยู่แล้ว  ล้มก้นจ้ำเป้าแบบนั้นท่้าจะเจ็บนะเนี่ย
         แต่ดูแล้วก็สนุกดี สงสัยอาจจะต้องไปหาตอนเต็มมาดูซะแล้ว แต่อยากได้แบบที่มี sub มากกว่าอ่ะ ตั้งแต่ New X-man ออกมาเนี่ย sub ของรายการนี้ หายากมากเลย วัยรุ่นเซ็ง!!

      

     

    วันแม่

        ในงานเลี้ยงรวมญาติ เอ๊ย! งานฉลองวันแม่ที่ผ่านมาในปีนี้ ในที่สุดก็จบไปซะที
        เราเคยคิด ไม่สิ ตอนนี้ก็ยังคิดอยู่นะว่าทำไมต้องมาทำดีด้วยกับอีแค่้วัีนแม่วันเดียว แสดงว่าวันอื่น แม่ไม่มีความหมายเลยรึไง ตลกดีแท้ ปีหนึ่งมาบอกรักแม่กันวันเดียว แต่เอาเถอะ อย่างว่า มันเป็นธรรมเนียมปฏิบัติ ถ้าไม่ทำตาม อาจจะถูกหาว่าเป็นคนนอกกรอบก็เป็นได้

        วันแม่ปีนี้ก็เหมือนกับทุกปีที่ผ่านมา รวมญาติ ทานข้าวด้วยกัน เอาพวงมาลัยมาไหว้ ย่ายาย บรรดาแม่ๆทั้งหลาย แล้วก็คุยกันเหมือนเดิม เพียงแต่เลื่อนไปจัดล่วงหน้า 1 วันเท่านั้นเอง
        ปีนี้ไปกิน ส. กุ้งเผา ไม่ค่อยประทับใจเท่าไร แต่ก็ช่วยไม่ได้ ตอนแรกว่าจะไปกินร้านครัวคุณย่า แต่ดันโดนจองไว้หมดแล้ว ร้านอื่นที่เล็งไว้ก็ดันไปลำบาก เพราะทำถนนอยู่ ก็เลยไปจบที่ร้่าน ส. กุ้งเผา จนได้

        ส่วนวันแม่ปีนี้วันจริง พยายามตื่นเช้าแล้วนะ 9โมงก็ตื่นแล้ว เนื่องจากคุณแม่คนเก่งอยากไปเดินเล่นที่ Central World Plaza
    ไอ้เรารึอุตสาห์แหกขึ้ตากว่าจะตื่นเองได้ แต่ยังไม่ไปค่า แล้วจะบอกว่าจะไปเช้าทำไมเนี่้ย ได้แต่ท่องในใจ 'วันนี้วันแม่ ๆ ท่องไว้ ห้ามหงุดหงิด ห้ามโมโหไีร้สาระ ห้ามไปกวนประสาท ท่องไว้ๆ' สุดท้ายก็หลับไปจนได้ กว่าจะออกจากบ้านก็เกือบเที่ยงแล้ว
        ไปถึง Central World ก็ได้เวลาอาหารพอดี เลยพาไปทานที่ Mos Burger ก่อน ดีแฮะ แม่ชอบ
        กินเสร็จก็ไปเดินเล่นต่อ แม่ไม่น่าทักเลยว่ามีร้านการตูนด้วย เลยได้กลับมา 5 เล่มเลย ^^

        ผ่านไปชั่วโมงนึงได้ละมั้งที่เดินในนั้น ก็ไม่รู้จะไปไหนต่ออะ ไม่ได้วางแผนไว้ แม่บอกอยากไปกินติ่มซำเล่นๆที่สยาม แวะซื้อเค้กที่ร้านโปรดของเรา แล้วก็ไปกินข้าวเย็นที่ Tagoto ก่อนจะกลับบ้านอะ Burgerในท้องเรายังย่อยไม่หมดเลย จะกินต่ออีักแล้ว แค่จะทำไงได้ วันนี้วันแม่ ท่องไว้ สุดท้าย ก็ต้องพาเดินไปสยามจนได่้ เมื่อยมากๆ ขนาดยังอิ่มอยู่แต่ก็สั่งติ่มซำไป 7 อย่าง กินเล่นๆ ขำๆ กินเสร็จก็ไปเดินย่อยต่อ แวะไปร้านเค้กที่ siam center ชั้น 4 ร้าน T42 แต่เค้กที่ร้านเหลืออยู่ไม่กี่ชนิด เหลือแต่ไอ้ที่หวานๆทั้งนั้น เซ็งมาเลย เค้กที่อยากกินหมด ไม่มีเค้กผลไม้เหลือเลย เศร้า><!!
       ในเมื่อขี้เกียจเดินดูของต่อแล้ว ก็เลยตรงไป Tagoto ที่โตคิว ซะเลย อาหารยังอร่้อยเหมือนเดิม อร่อยกว่าฟูจิอีก

        รู้สึกช่้วงนี้จะมีนัดทานข้าวบ่อยเกินไปรึเปล่าเนี่ย รู้สึกกลมขึ้นเยอะเลยอะ

    เรื่องเล่าของวันศุกร์ (เนื่องในวันเกิด)

          วัีนศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันเกิดพี่ที่ทำงาน กับวันเกิดเพื่อนร่วมงานอีก 2 คน  เพื่อนๆก็ชวนกันไปทานข้าว ร้องเกะฉลองวันเกิดให้
          ตอนแรกก็ว่าไม่ไปอยู่แล้ว ตอนเย็นยิ่งยุ่งๆอยู่ แต่ดันไปเล่าให้ที่แม่ฟังว่าที่ทำงานเลื้ยงวันเกิดพี่ใหญ่ของบริษัทซะได้ เลยโดนไล่ให้ไปร่วมงานเลย แอบเซ็งอยู่หลายวันเหมือนกัน ตารางเวลาที่วางไว้วันศุกร์นี่เลื่อนหมดเลยอะ  แต่คิดๆไป เห็นว่าร้านอยู่ไม่ไกลจากที่ทำงานเท่าไร ถ้าไปทานข้าว เป่าเค้กแล้วชิ่งกลับเลยก็คงไม่เป็นไร... แต่ที่ไหนได้ ร้่านอยู่ไกลอ่ะ ทางคดเคี้ยวซะจนจำทางกลับไม่ได้ อนึ่งเพราะเมารถด้วยแหละ

          ร้านอาหารตกแต่งร้านสวยดี ดูมีสไตล์ แต่ห้องที่จองไว้ ค่อนข้างคับแคบไปหน่อย แทบจะหาทางเดินไม่ได้ คาราโอเกะรู้สึกว่าจะมีแต่เพลงไทยทั้งนั้น เค้าเปิดๆมานี่ร้องแทบจะไม่ได้เลย  มันก็ช่วยไม่ได้อะ่นะ สองปีหลังนี่ฟังแต่เพลงเกาหลีทั้งนั้น ร้องเพลงไทยใหม่ๆได้ก็แปลกแล้วละ แต่ิอันนั้นำไม่ใช่ประเด็นหลักของเรา เพราะเราไม่ได้มาร้องเกะซะหน่อย เราไปเพราะอาหารต่างหาก...
          อืม! รสชาติก็โอเคเลยนะ อร่อยดี เมนูแปลกดี ส่วนใหญ่เพราะเป็นอาหารที่เราสั่งเองทั้งนั้น มันก็เลยอร่อยรึเปล่าหว่า??  แต่ก็ช่วยไม่ได้อะนะ ก็คนมันหิวอ่ะ  เพราะเมารถเลยทำให้ท้องมันทำงานเร็วกว่าปกตินะ   ก็ดันไปถึงเร็วด้วย แล้วพวกที่มีชุดแรกก็ยังไม่มีใครสั่งอาหารหลักซะที เราจะทำไงได้ ก็เลยต้องสั่งไปแค่สิบกว่าที่เอง ^-^ อิ่มอร่อยอย่างรวดเร็ว      
          ผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆ อาหารก็เริ่้มจะหมด ท้องก็เริ่มอิ่ม แล้วก็เริ่่มง่วง ตามสเต็ปเด็กอนามัยเลย HaHaHa แต่ก็ยังรอเค้กอยู่ เริ่มรอตั้งแต่ สองทุ่ม ได้แต่เฝ้าภาวนาให้มันจุดเค้กกันเร็วๆ จะไ้ด้กลับๆซะที และแล้วหลังจากรอแล้วรอเล่า จนจะหลับไปหลายครั้ง ก็เริ่มมีส่งซิกจุดเค้กกันแล้ว ในใจก็คิด 'กว่้าจะมีได้ ให้รออยู่ได้ตั้งสองชั่วโมงกว่า ฉันอยากกลับบ๊านนนนนนนน'
          ดีที่วันจันทร์หยุด ไม่งั้นคงเซ็งแย่

          เราล่ะสงสัยมานานแล้วว่า จุดประสงค์ของงานเลิ้ยงวันเกิด คืออะไรกันแน่ วันเกิด... ไม่ใช่วันที่มีไว้สำหรับตัวเราไม่ใช่เหรอ น่าจะ่เป็นวันที่เราควรจะขอบคุณแม่ที่ให้กำเนิดเรามามากกว่า ถ้าจะเลิ้ยงฉลอง ก็ไปเลี้ยงขอบคุณพ่อแม่ดีกว่ามั้ง ไปขอบคุณเลยสำหรับชีวิตที่ได้มาเนี่ืย ถ้าพ่อแม่ทำแท้งแต่แรก เราก็คงไม่มีโอกาสมาลั่นล้นบนโลกหรอก..... คงไม่คิดว่าตัวเองเกิดจากกระบอกไม้ไผ่ หรือผุดขึ้นมาจากพื้นโลกหรอกนะ ใช่มั๊ย?
          อ้อ เีรื่องของขวัญด้วย ทำไมต้องให้ของขวัญกันด้วยนะ ไม่เข้าใจ  แต่ที่รู้ๆคือ คนส่วนใหญ่ชอบได้ของขวัญกัน โดนเฉพาะของที่ได้มาฟรี
    แต่ทำไมคนให้จะต้อง surprise ด้วยอะ สงสัย...จะพยายาม surprise กันไปถึงไหน... คิดว่าเจ้าของวันเกิดเค้าจะไม่้รู้กันรึไง จะจุดเค้กก็จุดไปเลยสิ ทำไมต้องมาทำตัวลับๆล่อๆอยู่นั่นแหละ  จะทำทำไมให้เสียเวลาเปล่าๆเนี่ย  น่าจะเอาเวลาไปทำอย่้างอื่นที่ดีกว่านี้อะนะ
          **ไม่รู้วันเกิดพ่อวันเกิดแม่ วันเกิดญาติตัีวเอง ทำอย่างนี้กันบ้างมั๊ย**
          เคยคิดอยู่หลายครั้งแล้ว ตอนไปหาซื้อของขวัญ คนมักจะ็บ่นกัน ไม่รู้จะซื้ออะไรให้... มานั่งเดาของขวัญที่เจ้าของวันเกิดจะอยากได้กันเนี่ยนะ  คิดหรือว่้าถ้าของที่เจ้าตัวได้ไปเป็นของที่ไม่อยากได้ แล้วเจ้าตัวจะบอกมาตรงๆว่าๆไม่อยากได้ออกมาตรงๆอะ.... จริงๆ ถ้าไม่รู้ว่้าเจ้าตัวอยากได้อะไีร ก็ไปถามสิ  สะดวกกว่าตั้งเยอะ ไม่ต้องเสียเวลาไปคาดเดาหรือไปเดินหาของขวัญให้เสียเวลาเปล่า
          เราไม่ค่อยชินกับธรรมเนียมปฏิบัติแบบนี้มาแต่ไหนแต่ไรแล้วละ โดยเฉพาะเรื่องที่ต้องเสียเวลาโดยใช่เหตุ แตไม่ได้หมายความว่าเราจะมองพวกเทศกาล ประเพณีเป็นเรื่องไร้สาระทั้งหมดหรอกนะ มีก็ดี บางอย่้างก็เหมือนได้คลายความเครียดลง

          ก็่อย่างว่้าแหละ ต่างคนต่างความคิด
          จะว่าไป บางครั้งความคิดของเราก็แปลกเหมือนกัน อาจจะเป็นเพราะยังอ่อนประสบการณ์ละมั้ง ยังมีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้เรียนรู้ โดยเฉพาะเีิรื่องของคน ถึงแม้จะไม่อยากเรียนรู้แต่มันก็เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่้ดี      

          

    August 06

    KFC งานสูบเงินโดยแท้


    เมื่อวานไปงาน KFC ที่จัดขึ้นที่สมาคมศิษย์เก่าจุฬา
    จะว่าไป สถานที่จัดงานก็ไม่เล็กมากอ่ะน่ะ ตอนแรก คนก็ไม่เยอะ แต่พอบ่ายโมงกว่า คนก็เริ่มไปนั่งจองหน้าจอ จนหาที่เดินแทบไม่ได้ นั่นแหละ ถึงได้รู้ว่ามันเล็กมาก
    คนแย่งกันซื้อหนังสือจนวุ่นไปหมดเลย ไม่รู้ทำไมแต่ละบูธถึงไม่จัดให้มีการเข้าแถวซื้อกันนะเนีั่ย โดนเบียดตลอดเลยอ่ะ สู้แรงเด็กๆไม่ไหวจริงๆ
    ตอนแรกที่ของยังไม่เยอะก็ไม่ลำบากอะนะ แต่พอผ่านไปได้สัก5-6 บูธ มันก็เริ่มลำบากแล้วอ่ะ หนัีก
    กะว่าจะไปสักครึ่งชั่วโมง แต่เสียเวลาในโดนเบียดแล้วเบียดอีก กว่าจะซื้อเสร็จทุกบูธ ก็ล่อไปเป็นชั่วโมง
    อากาศก็ร้อน แอร์ไม่เย็นเลยอะ เซ็ง 
    แต่ของที่ได้ก็คุ้มกับค่าเหนื่อยดีนะ ส่วนใหญ่เป็นหนังสือซะมากกว่า รวมๆแล้วซื้อไป 14 เล่ม เป็น box set ซะ 2กล่อง หมดไปเกือบห้าพัน
    พูดถึงเรื่องนี้แล้ว หน้ามืดกระทันหันเลยแฮะ
    เดือนนี้จะอยู่ยังไงเนี่ย ชักจะกลุ้ม